5 วิธีบอกลาส้นเท้าแตก

Published on2018/08/04

Updated on2018/08/23

Sensenia official

6+ Loves

5 วิธีบอกลาส้นเท้าแตก

“ส้นเท้าแตก” ปัญหาหนึ่งที่ดูแลยาก เมื่อเราละเลยมัน

คนส่วนใหญ่รู้ตัวก็ต่อเมื่อปล่อยให้ส้นเท้ามีอาการเจ็บจากรอยแตกแล้ว  

การปล่อยให้รอยแตกลึกโดยไม่ได้รับการดูแลรักษา อาจทำให้เจ็บปวดบริเวณส้นเท้าเวลายืนหรือเดิน บางคนถึงขั้นเลือดออก และในบางรายรุนแรงถึงขั้นติดเชื้อ

ดังนั้นเมื่อพบว่าตนเองเริ่มส้นเท้าแตก ควรบำรุงรักษาตั้งแต่รู้ตัวเลยจะดีที่สุด

แต่ใครที่ปล่อยให้มันแตกมานานแสนนาน ไม่ต้องเสียใจว่าจะรักษาไม่หาย

เริ่มต้นวันนี้ก็ยังไม่สาย ขอให้มีวินัยดูแลมัน แล้วส้นเท้าของคุณก็จะกลับมาสวยเรียบเนียนดังเดิม


มาดูก่อนว่าสาเหตุหลัก ๆ ที่จะทำให้ส้นเท้าของคุณแตกนั้นมีอะไรบ้าง

1. ผิวแห้ง

ผิวแห้งเป็นสาเหตุที่เกิดขึ้นได้มากที่สุด โดยเฉพาะในหน้าหนาว เมื่อผิวหนังขาดความชุ่มชื้นจะทำให้ผิวแห้ง แข็ง ขาดความยืดหยุ่น และเกิดรอยแตกในที่สุด

 

2. น้ำหนักตัว

บางรายหากมีน้ำหนักตัวมาก แรงกดทับของน้ำหนักตัวจะไปกดทับเท้า รวมถึงบริเวณส้นเท้า เมื่อส้นเท้ารองรับน้ำหนักจะดันผิวส้นเท้าให้ขยายออกด้านข้าง ยิ่งน้ำหนักมากยิ่งกดทับมาก ผิวส้นเท้ายิ่งขยายมาก ยิ่งไปเพิ่มความเสี่ยงที่ผิวส้นเท้าจะแตกมากขึ้น

ในคนที่มีน้ำหนักตัวปกติก็สามารถเกิดขึ้นได้เช่นกันหากมีการยืนหรือเดินนานๆ รวมถึงท่าทางการเดินที่ลงน้ำหนักตัวไปบนส้นเท้ามากเกินไป

 

3. รองเท้า

การเลือกรองเท้าที่ไม่เหมาะสม แข็ง หรือ คับ จนเกินไป โดยเฉพาะรองเท้าแตะหรือรองเท้าที่มีการเปิดส้นเท้ามีแนวโน้มทำให้เกิดส้นเท้าแตกมากกว่ารองเท้าชนิดหุ้มส้น

 

4. โรค

โรคบางโรคทำให้เกิดปัจจัยเสี่ยงต่อส้นเท้าแตกได้ เช่น โรคผิวหนัง โรคเบาหวาน รวมไปถึงเชื้อราก็ทำให้ผิวแตกได้เช่นกัน

 

5. อายุที่มากขึ้น

สังเกตไหมว่า เมื่อคนอายุมาก ผิวจะแห้ง เพราะเมื่ออายุมากขึ้นร่างกายจะชะลอการสร้างฮอร์โมนที่สำคัญต่อการคงสภาพความแข็งแรง ความยืดหยุ่นของผิวหนัง ดังนั้น คนสูงอายุมักจะพบปัญหาส้นเท้าแตกและแข็งหนา เมื่อเทียบกับวัยรุ่นที่พบได้ไม่บ่อยนัก


เมื่อรู้สาเหตุที่ทำให้ส้นเท้าเราแตกกันแล้ว มาดูวิธีป้องกันและแก้ไขกัน ในบทความนี้ขอแนะนำ 5 ขั้นตอนที่เราสามารถนำไปทำได้เองที่บ้านง่ายๆ

5 วิธี บอกลาส้นเท้าแตก

1. ใช้ผลิตภัณฑ์เพิ่มความชุ่มชื้น

ใช้ผลิตภัณฑ์เพิ่มความชุ่มชื้น ถ้าส้นเท้าแตกมาก แนะนำให้เลือกชนิดผลิตภัณฑ์ลักษณะที่เป็นเนื้อ ointment มากกว่าครีมเนื่องจากมีส่วนผสมของส่วน wax มากกว่า ซึ่งตัว wax จะช่วยกักน้ำไว้ที่ผิวได้มาก ทำให้เก็บกักความชุ่มชื้นไว้ใต้ผิวได้มากกว่าเนื้อครีม  

Tips เราสามารถดูส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์ได้ กลุ่มสำหรับเพิ่มความชุ่มชื้น เช่น urea, lactic acid, lanolin, mineral oil, shear butter, coconut oil, olive oil, glycerin, petrolatum, dimethicone, cyclomethicone  เป็นส่วนประกอบ

 

2. ใช้ผลิตภัณฑ์ช่วยผลัดเซลล์ผิว

แนะนำให้ใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนประกอบช่วยผลัดหรือลอกเซลล์ผิวเพื่อกำจัดเซลล์ผิวที่ตาย คือส่วนที่แห้งแตกออก เพื่อไม่ให้เป็นแหล่งสะสมของเชื้อราและแบคทีเรียด้วย นอกจากนี้มันจะทำให้ผิวส้นเท้าของคุณนุ่มขึ้นด้วย เช่น salicylic acid  หรือแช่เท้าในน้ำมะนาวอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง เป็นเวลา 10-20 นาที แต่ควรเจือจางกับน้ำเพื่อป้องกันการระคายเคือง

การใช้หินขัดสามารถทำได้เหมือนกันเพื่อกำจัดผิวตาย แตกๆ แห้งๆ ให้ออกไปจากส้นเท้าเรา แต่มีข้อควรระวังว่า อย่าขัดแรงเกินไป อาจทำให้เกิดแผลได้

3.สวมถุงเท้า

หลังจากที่ทาพวก ointment หรือ cream แล้วควรสวมถุงเท้าทับ เพื่อช่วยป้องกันการสูญเสียน้ำจากผิว และเป็นตัวช่วยซัพพอร์ตไม่ให้ส้นเท้ากดทับกับพื้นรองเท้าโดยตรง

หากส้นเท้าแห้งมากควรสวมถุงเท้าก่อนนอนด้วย

 

4. สวมรองเท้าหุ้มส้น

ควรหลีกเลี่ยงรองเท้าที่เปิดส้นเท้า เช่น รองเท้าแตะ เพื่อช่วยป้องกันการสูญเสียน้ำออกไปจากผิว ซึ่งเป็นสาเหตุทำให้ผิวบริเวณส้นเท้าแห้งแตก และไม่ควรเลือกรองเท้าที่คับเกินไป

ถ้าส้นเท้าแตกมากๆ ควรสวมถุงเท้าก่อนสวมรองเท้าทุกครั้ง

5. ระมัดระวังเรื่องการกดทับ

การหลีกเลี่ยงการยืนหรือเดินนานๆ และควรควบคุมน้ำหนักตัวไม่ให้มากเกินไป เพื่อไม่ให้น้ำหนักกดไปที่ส้นเท้าซึ่งเป็นความเสี่ยงให้เกิดส้นเท้าแตก

 

ขอเพียงแค่คุณมีวินัยในการดูแลตามข้อแนะนำทั้ง 5 ข้อ เรารับประกันว่าคุณจะได้รับผลลัพท์เป็นที่น่าพอใจอย่างแน่นอน

ในกรณีที่การแตกของส้นเท้านั้นมีสาเหตุมาจากโรคที่เป็นอยู่ หรือไม่แน่ใจว่าการแตกนั้นเกิดจากโรคหรือไม่ ควรปรึกษาแพทย์


 

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Copyright © HOKOSHA inc. All Rights Reserved.